ufabet

ปัญหาการศึกษาไทย เด็กอ่านออกเขียนได้ได้น้อยมาก

ปัญหาการศึกษาไทย เด็กอ่านออกเขียนได้ได้น้อยมาก

        ปัญหาการศึกษาไทย ในขณะนี้ที่ผู้ปกครองมักจะพบว่าลูกของเราที่มีการส่งไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนไม่ต้องเสียค่าเทอมในราคาแพงแสนแพงนั้นกลับอ่านหนังสือไม่ค่อยออกไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษและนอกจากจะอ่านหนังสือไม่ค่อยออกแล้วบางคนยังไม่สามารถเขียนได้อย่างถูกต้องอีกด้วยดูรายงานข้อมูลนี้เป็นการส่งรายงานมาจากสถานศึกษาต่างๆถึงแม้แต่ที่ผู้ปกครองสังเกตเห็นพฤติกรรมของลูกของตนเอง หรือกระทรวงศึกษาธิการ ใส่ใจเรื่องทรงผม มากกว่าการเรียน ?

เมื่อเวลาที่ต้องกลับมาทำการบ้านที่บ้านก็จะมีพ่อแม่คอยสอนและสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของการเรียนว่าในแต่ละวันนั้นลูกของเราเรียนอะไรมาบ้างซึ่งจะเห็นได้ว่าเด็กบางคนเมื่อกลับมาถึงที่บ้านและผู้ปกครองให้อ่านหนังสือให้ฟังกับพบว่าไม่สามารถอ่านได้หรือบางคนอ่านได้แต่ก็ตะกุกตะกักหรือบางครั้งให้บวกเลขก็ไม่สามารถบวกได้อย่างถูกต้องทั้งๆที่เด็กอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาซึ่งควรจะอ่านออกเขียนได้แล้วและถ้าหากจะสังเกตเห็นจะมีสถาบันการศึกษาโรงเรียนบางแห่งที่เปิดให้เด็กนักเรียนเน้นการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ

ซึ่งเด็กเหล่านี้มักจะประสบปัญหาว่าสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีแต่ในขณะเดียวกันภาษาไทยกับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดเรียกได้ว่าเด็กที่เก่งภาษาอังกฤษกับตกวิชาภาษาไทยทั้งที่ภาษาไทยนั้นเป็นภาษาบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองดังนั้นสิ่งที่ระบบการศึกษาไทยควรจะต้องมีการปรับก็คือควรจะมีการคุมเข้มคุณครูที่สอนเด็กไม่มีการดูแลเด็กให้อย่างทั่วถึงเพราะในห้องเรียนแต่ละห้องนั้นเด็กบางคนโดดเด่นทั้งภาษาไทยภาษาอังกฤษ

รวมถึงการคิดเลขแต่ในขณะที่เด็กบางคนกับอ่อนทุกวิชาทั้งๆที่เรียนอยู่ในห้องเดียวกัน ดังนั้นสิ่งที่ทางโรงเรียนจะปรับเพิ่มเติมได้จำนวนเด็กนักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียนนั้น 1 ห้องเรียนควรไม่เกิน 20 คนเพื่อที่คุณครูผู้สอนจะได้ดูแลได้อย่างทั่วถึงและควรหาอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถที่จะสามารถสอนนักเรียนให้เข้าใจได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ที่สำคัญควรมีการให้นักเรียนทำการบ้านเช่นการคัดคำไทยหรือคัดคำภาษาอังกฤษและการหัดบวกเลขเพื่อที่เด็กจะได้มีความรู้ความเข้าใจและเกิดความชำนาญขึ้น  ปัญหาการศึกษาไทย จะได้หมดลง

          ปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่าเด็กที่มีความเก่งและฉลาดนั้นผู้ปกครองจะมีการพาไปเรียนพิเศษในช่วงเย็นหลังเลิกเรียนแล้วรวมถึงในช่วงวันเสาร์และอาทิตย์ไปหากเด็กคนไหนที่ไม่ได้รับการเรียนพิเศษเพิ่มเติมนอกเหนือจากการเรียนที่โรงเรียนจะพบว่าพวกเขาเหล่านั้นการเรียนจะด้อยกว่าเด็กที่ได้รับการเรียนพิเศษเป็นอย่างมาก ดังนั้นทางโรงเรียนควรมีการปรับปรุงมาตรฐานการสอนให้ดีกว่าที่กำลังเป็นอยู่นี้

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

Posted by adminone in ข่าวทั่วไป
การทำหน้ากากอนามัย

การทำหน้ากากอนามัย

ในปัจจุบันมีการระบาดของโรคต่างๆมากมาย อย่างโรคโควิด-19 และการกระจายตัวที่มากขึ้นของมลภาวะในอากาศอีกด้วย ทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลและป้องกันตัวเองกันมากขึ้น ทำให้สินค้าบางชนิดอย่างหน้ากากอนามัยมีการขาดตลาด เนื่องจากกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคหรือมีการกักตุน ทำให้บางคนก็ไม่มีหน้ากากอนามัยใช้ ดังนั้นเราจะสามารถแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หลายๆคนจึงเริ่มมองหา การทำหน้ากากอนามัย เพื่อทดแทน

หน้ากากอนามัยนั้นมีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ซึ่งเป็นหน้ากากที่ไม่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด หน้ากากอนามัยแบบชนิดกันฝุ่น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอที่ใช้ในมลภาวะอากาศในปัจจุบัน หรือหน้ากากอนามัยแบบผ้า ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคหันมาสนใจ เพราะราคาถูกและสามารถทำได้เองที่บ้านด้วย 

การทำหน้ากากอนามัยชนิดผ้า สามารถทำเองได้ที่บ้านและสามารถใส่ป้องกันฝุ่นได้ โดยวิธีการและขั้นตอนการทำนั้นก็ไม่ยากเลย โดยเริ่มต้นจากการการเตรียมหาวัสดุอุปกรณ์ในการทำหน้ากากอนามัยก่อน ซึ่งวัสดุอุปกรณ์นั้นก็เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป คือ ผ้าที่ใช้ในการทำหน้ากาก โดยสามารถจะเลือกสีหรือลายได้ตามความต้องการของเรา และผ้าควรเลือกผ้าที่เป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าที่นิ่มและไม่ระคายเคืองต่อผิวหน้าของเรา โดยขนาดผ้านั้นตัดเป็นขนาด17x17Cm.โดยมีการตัดเผื่อเพื่อเย็บแล้วจำนวน3ชิ้น ยางยืดที่ใช้สำหรับทำสายคล้องหูขนาด 20 Cm.จำนวน2เส้น เข็มหมุดหรือคลิปหนีบผ้าเอาไว้ใช้สำหรับจับจีบหรือยึดไว้ขณะทำการเย็บ เข็มสำหรับเย็บผ้า ด้ายและกรรไกร

วิธีขั้นตอนการทำนั้นจะเริ่มทำโดยการนำผ้าสามชิ้นที่ตัดไว้นั้นมาประกบกันก่อนและเย็บทั้งสี่ด้านความกว้างในการเย็บประมาณ1cmและเผื่อจุดที่ไม่ต้องเย็บเพื่อไว้ในการกลับผ้าด้วยหลังจากนั้นนำยางยืดมาติดที่ตัวผ้า โดยการติดให้อยู่ตรงขอบผ้าและมีการขยับให้ห่างจากขอบประมาณ1cm ที่เราเผื่อเย็บไว้นั่นเองทำแบบนี้ทั้งสองข้าง และจากนั้นทำการเย็บเพื่อให้ผ้านั้นติดกันได้เลย

โดยการเย็บนั้นจะเป็นการเย็บแบบถี่ๆและมีการเย็บตรงบริเวณยางยืดซ้ำๆ เพื่อให้เกิดความแน่นจะได้ไม่เกิดการหลุดออกมาเมื่อเย็บเสร็จก็ตัดตรงขอบส่วนเกินของผ้าออก และก็กลับผ้าโดยการค่อยๆกลับและเมื่อกลับเสร็จก็สอบตรงที่เว้นไว้เผื่อกลับด้วย และทบผ้าให้เป็นจีบโดยการใช้เข็มหมุดหรือคลิปยึดไว้และทำการสอยให้ตัวทบติดชิดกับผ้าแค่นี้ก็สามารถนำไปใส่เพื่อป้องกันฝุ่นมลภาวะในปัจจุบันได้แล้วและที่สำคัญทำได้ง่ายๆไม่มีจักรเย็บผ้าก็สามารถทำได้

แต่ถ้าหากต้องการให้กรองอากาศหรือป้องกันเชื้อไวรัสด้วยนั้นสามารถหาซื้อแผ่นกรงในอินเตอร์เน็ต และนำมาเย็บติดกับผ้าได้เลย เห็นไหมว่าไม่ยากเลยไม่ต้องไปแย่งซื้อกับใครด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet

Posted by adminone in สังคมทั่วไป