สังคมและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประเพณีหรือวัฒนธรรมในยุคนี้

สังคม ประเพณีและวัฒนธรรม

ประเพณี วัฒนธรรมในอดีตและปัจจุบัน

ชีวิตคือการเดินทาง

ชีวิตมีการเดินทางตลอดเวลา เพื่อพบปะ พบเจอ ญาติสนิท มิตรสหาย หรือเพื่อไปเปิดโลกพบประสบการณ์ใหม่ๆ เราอาจเดินทางเพื่อท่องเที่ยว หรือเดินทางเพื่อไปทำงาน แม้กระทั่งไปทำบุญ หรืออพยพย้ายถิ่นฐาน

การถ่ายภาพ เหตุการณ์ในชีวิต

การบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ในทุกช่วงชีวิตมีหลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือการถ่ายภาพ ที่มนุษย์เราทำมาตั้งแต่โบราณแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสลักภาพผนัง จนเป็นการถ่ายภาพขาวดำ และเป็นภาพสี หรือเป็นไฟล์ดิจิตอล

ของฝาก ของที่ระลึกประจำท้องถิ่น

แต่ละพื้นที่ สถานที่ แต่ละท้องถิ่นมีของฝาก ของที่ระลึกไม่เหมือนกัน เพราะมนุษย์เรามีความเก่งกันคนละด้าน ทำให้เพิ่มความสำคัญของแต่ละพื้นที่ เช่น เขตเอเชียมีวัด ฝรั่งเศสมีหอไอเฟล อิตาลีมีหอเอนปิซ่า เป็นต้น

อาหารการกินประจำวัน

ชีวิตประจำวันเราควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อร่างกายที่แข็งแรง อย่างไรก็ตาม แต่ละพื้นที่ก็มีอาหารเฉพาะที่สร้างชื่อเสียง หรือจุดเด่นมากมาย เช่น อาหารอินเดียเด่นเครื่องเทศ ยุโรปมีพิซซ่าพาสต้า ประเทศไทยมีส้มตำ เป็นต้น

ประวัติศาสตร์ ที่มาของประเพณีต่างๆ

การดำเนินชีวิตต่างๆของคนเรา มีประวัติศาสตร์ที่มา มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่แตกต่างกัน เป็นรากฐานที่ส่งผลให้การดำเนินชีวิตในแต่ละวัน แต่ละคนไม่เหมือนกัน สเปนมีประเพณีแข่งกระทิง ประเทศไทยมีประเพณีสงกรานต์ เป็นต้น

ปาฏิหารย์ เรื่องราวแปลกๆ

UFO จานบิน อารยธรรมอาร์คติก ชนเผ่ามายัน สิ่งลี้ลับอื่นๆ บนโลกมีอีกมากมายที่มนุษย์เรายังไม่สามารถค้นหาคำตอบได้

ข่าวใหม่มาแรง กระทรวงศึกษาธิการ

ข่าวใหม่มาแรง กระทรวงศึกษาธิการ ออกกฎระเบียบใหม่สามารถไว้ผมยาวได้สำหรับนักเรียน

              กำลังเป็นที่ฮือฮากับกฎระเบียบใหม่ที่ทาง กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาซึ่งเป็นการออกมาใช้สำหรับปีพศ 2563 ซึ่งกฎระเบียบใหม่นี้ได้มีการระบุไว้ในเว็บไซต์ของราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมปีพศ 2563 เลยข้อความของระเบียบใหม่ที่ออกมานั้นเน้นให้ความพึงพอใจแก่นักเรียนเกี่ยวกับเรื่องของการไว้ผมยาว

ก่อนหน้านี้เราจะเห็นว่าเด็กนักเรียนได้ออกมาเรียกร้องเรื่องของระเบียบการไว้ผมยาว ก็มีบางโรงเรียนที่มีการบังคับให้นักเรียนตัดผมสั้นซึ่งทำให้นักเรียนหลายคนไม่ค่อยพอใจและออกมาเรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องของการไว้ผมยาวได้

โดยในครั้งนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีข้อสรุปออกมาแล้วว่าการจัดระเบียบใหม่ในปีพศ 2563 นี้จะอนุญาตให้เด็กนักเรียนสามารถไว้ผมยาวได้แต่ต้องมีเงื่อนไขเพิ่มเติมว่าการไว้ผมยาวนั้น จะต้องทำผมให้มีระเบียบเรียบร้อยเมื่อต้องเดินทางไปศึกษาในโรงเรียน และที่สำคัญไม่อนุญาตให้มีการดัดผมหรือย้อมสีผมต่างๆรวมถึงนักเรียนชายก็ไม่อนุญาตให้มีการไว้หนวดเคราได้

ระเบียบการศึกษาใหม่นี้ได้มีการประกาศออกมาเป็นราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้วแล้วก็มีการส่งเอกสารเผยแพร่ไปยังโรงเรียนต่างๆให้ทราบถึงเงื่อนไขของกระทรวงศึกษาธิการในรูปแบบใหม่เรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน

            ซึ่งหลังจากที่นักเรียนนักศึกษาได้ทราบเกี่ยวกับกฎระเบียบของการศึกษาใหม่นี้เชื่อว่าน่าจะเย็นดีกันเป็นอย่างมากเพราะมีการเรียกร้องกันมานานแล้วที่อยากจะไว้ผมยาวเนื่องจากว่าหากเป็นนักเรียนของโรงเรียนภาครัฐบาลแล้วเราก็จะต้องมีการตัดผมสั้นเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยซึ่งหลายคนมองว่าไม่ว่าจะเป็นการไว้ผมยาว

หรือผมสั้นก็ไม่ได้มีผลต่อการเรียนของนักเรียนแต่อย่างใดเพราะเด็กนักเรียนที่โรงเรียนเอกชนในอายุเท่าเทียมกันก็สามารถไว้ผมยาวได้ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียให้กับโรงเรียนแต่อย่างใดดังนั้นเด็กนักเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลจึงไม่อยากให้มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมเกิดขึ้นจึงได้มีการออกมาเรียกร้องกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับเรื่องของการขอไว้ผมยาวของนักเรียนที่โรงเรียนรัฐบาลเจ้าหน้าที่สุด

ตอนนี้ทางกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ออกมาอนุมัติให้เรียบร้อยและมีการประกาศอยู่ในราชกิจจานุเบกษาอย่างชัดเจนพร้อมทั้งมีการโพสต์ลงเว็บไซต์เรื่องถึงข้อความขออนุญาตให้ไว้ผมยาวได้

        สาเหตุในเรื่องของการอนุญาตให้นักเรียนไว้ผมยาวนี้ยังไม่เกิดความแน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไรซึ่งอาจจะคาดเดาได้ว่าในตอนนี้นักเรียนนักศึกษาต่างก็เริ่มออกมาเพื่อขับไล่รัฐบาลชุดนี้อย่างที่เราเห็นกันก่อนที่จะมีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าว่ามีเด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่งที่เริ่มออกมาสนใจเกี่ยวกับเรื่องของการเมืองและพากันออกมาขับไล่การทำงานของรัฐบาลรวมถึงในขณะนี้ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถออกมานอกพื้นที่ได้

แต่ก็มีการจัดทำเป็น ม็อบฟอร์มโฮมเพื่อขับไล่รัฐบาลดังนั้นนี่อาจจะเป็นการเอาใจจากรัฐบาลส่งถึงนักเรียนก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องทรงผมแล้ว กระทรวงศึกษาฯ ควรเอาใจใส่ในเรื่องการเรียนหลักสูตรให้มากกว่านี้หรือไม่ เพราะมีผลสำรวจมาแล้วว่า เด็กไทยอ่านออกเขียนได้ น้อยมาก

 

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย  สมัครจีคลับ ไม่มีขั้นต่ำ

ประโยชน์ของการใช้มือถือ

โทรศัพท์มือถือนั้นเป็นสิ่งที่เรานั้นต้องมีการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมาก เพราะว่าเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์ไปแล้วเพราะว่าเราต้องใช้งานโทรศัพท์มือถือเพื่อการสื่อสารหรือติดต่อกัน นั้นจึงมีความสำคัญอย่างมากและในปัจจุบันนี้เด็กๆยังใช้มือถือกันอย่างมาก จงเกิดข้อสงสัยนี้ขึ้นมาว่า ประโยชน์ของการใช้มือถือ เป็นอย่างไร แล้วถ้าให้เด็กเล็กๆใช้งานจะทำให้เกิดผลเสียได้หรือไม่

เพราะเด็กอาจจะติดเกม ติดมือถือก็ได้เลยลืมนึกประโยชน์ของการใช้งานไปเลย ถ้าหากเราใช้ในทางที่สร้างสรรค์ก็จะเกิดประโยชน์ต่อตัวเราเช่นกันแต่ถ้าเราเลือกที่จะใช้ในทางที่ผิดๆก็จะเกิดผลเสียได้ด้วยเข่นกัน ฉะนั้นควรมองหาข้อดีในการใช้งานดีกว่าเพราะว่าการใช้โทรศัพท์มือถือนั้นมีผลและอิทธิพลต่อการใช้งานในปัจจุบันอย่างมาก 

ประโยชน์

เราจะมามองประโยชน์ของการใช้มือถือกันว่าใช้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพในการใช้งานมากที่สุด รวมถึงเด็กที่ติดมอถือถ้าเราแนะนำให้เขาลองมองถึงข้อดีในการใช้งานก็อาจจะเกิดผลที่ดีได้เช่นกัน ในโทรศัพท์มือถือมีแอพพลิเคชั่นมากมายให้เลือกใช้งานกันมีทั้ง เกมทายคำศัพท์ การสอนภาษา การดูยูทูบที่เป็นสื่อสอน ส่วนมากเด็กๆจะนิยมเล่นเกมกัน

เราควรหาเกมที่เหมาะกับวัยเขาเพื่อจะช่วยเสริมสร้างทักษะได้เช่นกัน เพราะถ้าเด็กๆ รักในการเรียนรู้ก็จะสามารถช่วยต่อยอดเขาในเรื่องนี้ได้ การใช้มือถือให้ถูกวิธีก็จะเกิดผลดีแก่ตัวเราอย่างมาก ขึ้นอยู่ที่เราว่านิยมใช้งานในทางไหนมากกว่ากันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานให้อย่างถูกต้องอีกด้วย เราควรเลือกสิ่งที่เป็นความรู้ ที่จะสามารถเพิ่มศักยภาพและความรู้ให้กับเราได้อย่างมาก

ข้อเสีย

ผลของการใช้สื่อในทางที่ผิดๆ ก็สามารถทำให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน อาจจะเกิดการเลียนแบบพฤติกรรมจากสื่อกันได้และเกิดผลเสียในสังคมก็เป็นได้เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่เราก็สามารถเลือกเองได้ว่าควรปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสมกับการใช้สื่อให้ได้ประโยชน์สังคมก็เป็นได้เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่เราก็สามารถเลือกเองนั้นเลือกไป

เราควรรู้ตัวเองดีว่าอะไรควรไม่ควรแต่เราก็เลือกที่จะทำสิ่งนั้นๆกัน เพราะว่าเป็นสิ่งที่คุณต้องการจะใช้งานและอาจจะส่งผลกระทบถึงสุขภาพคนที่ใช้งานด้วยเช่นกัน อาจจะส่งผลเสียต่อสายตาได้อย่างมากในการจ้องจอโทรศัพท์มือถือมากเกินไป ดังนั้นเราควรหาสิ่งที่ต้องฟื้นฟูร่างกายเราด้วย เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อสายตาและร่างกายของเรา ที่นี้หลายคนคงทราบดีแล้วว่าโทษและประโยชน์ของการใช้โทรศัพท์มือถือนั้นเป็นอย่างไรบ้าง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เซ็กซี่ บาคาร่า ทดลองเล่น

ทำไมเราต้องทำงานบ้าน

มีคนหรือว่ามีใครที่สงสัยไหมว่าทำไมเราต้องทำงานบ้านเพื่ออะไรเพราะอะไรเราถึงต้องทำงานบ้านพอเรานั้นพูดถึงเรื่องงานบ้านนั้นไม่ค่อยมีทีคนที่จะอยากจะทำงานนี้เพราะจะบอกว่ามันไม่ใช่หน้าที่เราต้องทำต้องเป็นหน้าที่ของแม่ที่ต้องทำเพราะว่าแม่นั้นเป็นแม่บ้านเพราะอะไรต้องเป็นแม่เท่านั้นที่ต้องจำเป็นด้วยหรอเพราะอะไร ทำไมเราต้องทำงานบ้าน เราจะมาหาคำตอบกับคำถามนี้

      เรานั้นเชื่อว่ามีหลายคนนั้นเมื่อพูดถึงเรื่องงานบ้านนั้นต้องมีคนที่ไม่อยากที่จะทำต้องส่ายหน้านั้นหนีเพราะว่าไม่อยากที่จะทำบอกว่างานเยอะบ้าง ฝุ่นบ้างเพราะว่าอะไรที่หลายคนนั้นต้องบอกว่าเป็นหน้าที่ของคนเป็นแม่ที่ต้องทำทำไมคนที่อยู่ในบ้านนั้นถึงไม่ยอมที่จะทำเพราะอะไรเมื่อเรานั้นพูดถึงเรื่องงานบ้านนั้นเราต้องไปเตรียมของว่าเรานั้นต้องทำอะไรกัน

   งานบ้านที่เรานั้นต้องทำก็คือการปัดกวาดเช็ดถูตามปกติเพราะว่าฝุ่นนั้นมันเยอะถ้าเรานั้นไม่ทำฝุ่นนั้นก็จะไปเกาะตามที่เราไม่ได้ปัดกวาดเช็ดถูพอนานวันก็จะทำให้ฝุ่นนั้นเยอะข้าวของที่อยู่ตรงนั้นจะเต็มไปด้วยฝุ่นและจากนั้นเราก็จะเดินสูดดมฝุ่นนั้นเข้าไปดังนั้นเราควรที่จะปัดกวาดบ้านอย่างน้องอาทิตย์ละครั้งหรือว่าสามวัน หรือสองวันนั้นทำครั้ง

ยิ่งทำได้ทุกวันนั้นยิ่งดีเพราะว่าฝุ่นนั้นเริ่มที่จะเยอะและฝุ่นนั้นก็มีทุกวันฝุ่นในบ้านนั้นจะมีทุกวันไม่รู้เหมือนกันว่าจะมาเยอะอะไรกันทุกวันเพราะฉะนั้นเราต้องปัดกวาดเช็ดถูว่าง่ายตั้งแต่หลังตู้นั้นค่อยลงมาถึงพื้นเพราะว่าฝุ่นนั้นจะอยู่ทั่วทุกทิศทุกทางดังนั้นเราต้องทำเพราะว่าไม่อย่างนั้นคนที่อยู่ในบ้านทุกคนนั้นจะเป็นโรคภูมิแพ้กันได้ง่ายเพราะว่าเกิดมากฝุ่นที่เรานั้นไม่ทำงานบ้าน ดังนั้นเราควรที่จะช่วยเหลือพ่อแม่ของเราหรือว่าจะทำเองบ้าง

เพราะว่าเพื่อที่บ้านของเรานั้นจะได้สะอาดไม่มีฝุ่นไม่จำเป็นว่าต้องเป็นใครในบ้านเพียงแค่เรานั้นหยิบไม้กวาดพื้น   หลังจากนั้นเราก็ต้องูบ้านเพื่อที่จะอาทั้งฝุ่นและพื้นที่เปื้อนนั้นเช็ดออกบ้านของเรานั้นจะได้หน้าอยู่กันมากขึ้นเมื่อเรามองบ้านเรานั้นสะอาดเพราะว่าบ้านนั้นต้องอยู่กับเรานั้นไปตลอดเรานั้นก็ควรที่จะทำความสะอาดบ้านกันอย่างน้อยเลย

สำหรับคนที่ไม่มีเวลานั้นอาทิตย์ละครั้งนั้นก็ยังดีแต่ถ้าเป็นไปได้วันเว้นวันนั้นจะทำให้ห้องหรือว่าบ้านของเรานั้นหน้าอยู่มากยิ่งขึ้น 

 

 

ขอขอบคุณ  เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์  ที่ให้การสนับสนุน

การทำหน้ากากอนามัย

ในปัจจุบันมีการระบาดของโรคต่างๆมากมาย อย่างโรคโควิด-19 และการกระจายตัวที่มากขึ้นของมลภาวะในอากาศอีกด้วย ทำให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลและป้องกันตัวเองกันมากขึ้น ทำให้สินค้าบางชนิดอย่างหน้ากากอนามัยมีการขาดตลาด เนื่องจากกำลังการผลิตที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคหรือมีการกักตุน ทำให้บางคนก็ไม่มีหน้ากากอนามัยใช้ ดังนั้นเราจะสามารถแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร หลายๆคนจึงเริ่มมองหา การทำหน้ากากอนามัย เพื่อทดแทน

หน้ากากอนามัยนั้นมีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ซึ่งเป็นหน้ากากที่ไม่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด หน้ากากอนามัยแบบชนิดกันฝุ่น ซึ่งอาจจะไม่เพียงพอที่ใช้ในมลภาวะอากาศในปัจจุบัน หรือหน้ากากอนามัยแบบผ้า ก็ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคหันมาสนใจ เพราะราคาถูกและสามารถทำได้เองที่บ้านด้วย 

การทำหน้ากากอนามัยชนิดผ้า สามารถทำเองได้ที่บ้านและสามารถใส่ป้องกันฝุ่นได้ โดยวิธีการและขั้นตอนการทำนั้นก็ไม่ยากเลย โดยเริ่มต้นจากการการเตรียมหาวัสดุอุปกรณ์ในการทำหน้ากากอนามัยก่อน ซึ่งวัสดุอุปกรณ์นั้นก็เป็นสิ่งที่สามารถหาได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป คือ ผ้าที่ใช้ในการทำหน้ากาก โดยสามารถจะเลือกสีหรือลายได้ตามความต้องการของเรา และผ้าควรเลือกผ้าที่เป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าที่นิ่มและไม่ระคายเคืองต่อผิวหน้าของเรา โดยขนาดผ้านั้นตัดเป็นขนาด17x17Cm.โดยมีการตัดเผื่อเพื่อเย็บแล้วจำนวน3ชิ้น ยางยืดที่ใช้สำหรับทำสายคล้องหูขนาด 20 Cm.จำนวน2เส้น เข็มหมุดหรือคลิปหนีบผ้าเอาไว้ใช้สำหรับจับจีบหรือยึดไว้ขณะทำการเย็บ เข็มสำหรับเย็บผ้า ด้ายและกรรไกร

วิธีขั้นตอนการทำนั้นจะเริ่มทำโดยการนำผ้าสามชิ้นที่ตัดไว้นั้นมาประกบกันก่อนและเย็บทั้งสี่ด้านความกว้างในการเย็บประมาณ1cmและเผื่อจุดที่ไม่ต้องเย็บเพื่อไว้ในการกลับผ้าด้วยหลังจากนั้นนำยางยืดมาติดที่ตัวผ้า โดยการติดให้อยู่ตรงขอบผ้าและมีการขยับให้ห่างจากขอบประมาณ1cm ที่เราเผื่อเย็บไว้นั่นเองทำแบบนี้ทั้งสองข้าง และจากนั้นทำการเย็บเพื่อให้ผ้านั้นติดกันได้เลย

โดยการเย็บนั้นจะเป็นการเย็บแบบถี่ๆและมีการเย็บตรงบริเวณยางยืดซ้ำๆ เพื่อให้เกิดความแน่นจะได้ไม่เกิดการหลุดออกมาเมื่อเย็บเสร็จก็ตัดตรงขอบส่วนเกินของผ้าออก และก็กลับผ้าโดยการค่อยๆกลับและเมื่อกลับเสร็จก็สอบตรงที่เว้นไว้เผื่อกลับด้วย และทบผ้าให้เป็นจีบโดยการใช้เข็มหมุดหรือคลิปยึดไว้และทำการสอยให้ตัวทบติดชิดกับผ้าแค่นี้ก็สามารถนำไปใส่เพื่อป้องกันฝุ่นมลภาวะในปัจจุบันได้แล้วและที่สำคัญทำได้ง่ายๆไม่มีจักรเย็บผ้าก็สามารถทำได้

แต่ถ้าหากต้องการให้กรองอากาศหรือป้องกันเชื้อไวรัสด้วยนั้นสามารถหาซื้อแผ่นกรงในอินเตอร์เน็ต และนำมาเย็บติดกับผ้าได้เลย เห็นไหมว่าไม่ยากเลยไม่ต้องไปแย่งซื้อกับใครด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ufabet