รักษาสิวที่หลังง่าย ๆด้วยสูตรธรรมชาติ

นอกจากใบหน้าแล้ว ในบางคนก็ยังมีเจ้าสิวกวนใจตามไปขึ้นที่หลังอีก ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมากสำหรับสาว ๆที่มักจะชอบใส่เสื้อที่เปิดด้านหลัง เพื่อโชว์แผ่นหลังอันสวยงาม แต่ดันมีเจ้าสิวมากวนใจ สาเหตุหลัก ๆนั้นในบางคนอาจมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่ทำให้เกิดสิวมีมากเกินไป เกิดจากการอาบน้ำไม่สะอาด และหากมีเหงื่อออกสะสมในระหว่างวันมาก ๆก็ทำให้เกิดสิวที่แผ่นหลังได้เช่นกัน ดังนั้นหากสาว ๆอยากมีแผ่นหลังที่สวยงาม พร้อมใส่เสื้อเปิดหลังอย่างมั่นใจ ไม่ควรพลาดสูตรรักษาสิวที่หลังด้วยวิธีการง่าย ๆจากธรรมชาติ

สูตรเกลือขัดผิว ส่วนประกอบทั้งหมดในสูตรนี้ก็คือ เกลือขัดผิวทั่วไป นมสด น้ำผึ้ง และไข่ไก่ 1 ฟองเอาเฉพาะไข่ขาวเท่านั้น โดยการนำเกลือขัดผิวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับนมสด 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้งแค่เพียงครึ่งช้อนโต๊ะเท่านั้น เพื่อไม่ให้เนื้อครีมที่ได้ออกมาข้นจนเกินไป และสุดท้ายนำไข่ไก่ที่แยกออกมาแต่ไข่ขาวใส่ลงไป นำเนื้อครีมที่ได้จากการผสมนี้มาทาให้ทั่วแผ่นหลังค่อย ๆขัดวนไปเรื่อย ๆแล้วทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที จากนั้นอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น สิวที่หลังจะค่อย ๆดีขึ้น สามารถทำได้บ่อยครั้งตามต้องการจนกว่าสิวที่หลังจะดีขึ้น

สูตรดินสอพอง สิ่งที่ต้องใช้ในสูตรนี้มีเพียงแค่ดินสอพองกับมะนาวเพียงเท่านั้น ซึ่งนอกจากวัตถุดิบจะน้อยแล้ว ยังมีราคาที่ถูก และหาซื้อได้ง่าย แต่มีประโยชน์ช่วยในการรักษาสิวอักเสบที่หลังได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติของดินสอพองที่สามารถลดอาการอักเสบได้ และมะนาวที่สามารถช่วยทำให้รอยดำของสิวที่หลังดูจางลง ฟื้นฟูผิวให้ขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ โดยการนำดินสอพองมาบดให้ละเอียดจนเป็นผงในปริมาณตามต้องการเพื่อให้พอดีกับที่เราจะใช้ จากนั้นนำมะนาวมาคั้นออกเอาแต่น้ำให้ส่วนผสมพอดีกับดินสอพอง แล้วนำมาผสมกันจนได้เป็นเนื้อครีม มีลักษณะไม่ข้น และไม่เหลวจนเกินไป นำมาทาให้ทั่วแผ่นหลังเน้นในบริเวณที่เป็นสิว ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 แล้วอาบน้ำในอุณหภูมิน้ำปกติ 

สูตรมะขามเปียก วัตถุดิบที่ใช้ในสูตรนี้มีมะขามเปียก และน้ำผึ้งแท้ สามารถช่วยทำให้รอยที่เกิดจากอาการอักเสบของสิวบนแผ่นหลังดูลดลงได้ โดยการนำมะขามเปียกประมาณ 1-2 กำมือ มาคั้นน้ำออกแล้วใส่น้ำผึ้งลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ คนจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำมาขัดให้ทั่วแผ่นหลัง ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วอาบน้ำได้ตามปกติ แต่สูตรนี้ควรทำเพียงแค่สัปดาห์ละไม่เกิน 2 ครั้ง เพราะหากทำบ่อยครั้งจนเกินไปอาจเกิดอาการอักเสบมากขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยกรดจากน้ำมะขามเปียก

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ole777

Posted by adminone