ประวัติ – ตำนาน

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประเพณีไทยที่ยังคงสืบไว้ชั่วลูกชั่วหลาน

            สำหรับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการที่มาตั้งแต่ยุคสมัยโบราณ ซึ่งเป็นพิธีสำคัญทางพระพุทธศาสนา โดยประเพณีนี้จะมีพระมหากษัตรทรงเสร็จมาร่วมพิธีด้วย ซึงจะมีการจัดทุกปี โดยจะมีพราหมณ์คอยเป็นผู้ประกอบพิธี ตั้งแต่นำวัวมาไถนา และหว่านเมล็ดข้าว ซึ่งในขั้นตอนนี้ผู้คนที่มาร่วมชมงานต่างก็จะพากันเก็บเมล็ดข้าวทีทางพราหมณ์เพื่อนำกลับไปบ้านเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว และเมื่อหว่านข้าวเสร็จแล้วจะยังมีพิธีการเสี่ยงคำนายโดยให้พระโคที่มาทำการไถนา ทำนายว่าปีนี้วัวจะกินอะไร

ซึ่งถ้ากินสิ่งไหนแสดงว่าปีนั้นสิ่งที่วัวกินจะอุดมสมบูรณ์และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ นี้จะมีการจัดทุกปีที่ท้องสนามหลวง  ซึ่งถือว่าพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นประเพณีที่สำคัญของประเทศไทยอีกด้วย และในวันที่ประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจะเป็นวันที่ตรงกับวันสำคัญอีกอย่างคือ เป็นวันสำคัญทางการเกษตรเรียกว่าวันพืชมงคล

ซึ่งทั้งสองพิธีการนี้มีความเกี่ยวข้องกันเป็นอย่างมาก ซึ่งว่าวันพืชมงคลเป็นวันสำคัญทางการเกษตรของไทย โดยเราทุกคนทั้งเด็กเล็กและผู้ใหญ่ คนไทยทั้งประเทศจะทราบกันดีว่า วันพืชมงคลเป็นวันหยุดราชการ ซึ่งในวันนี้หน่วยงานราชการจะหยุดให้บริการรวมถึงโรงเรียนจะมีการหยุดการเรียนการสอนอีกด้วย

สำหรับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ว่ากันว่าเป็นประเพณีที่มีมากว่าสองร้อยปีแล้ว คือเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย สำหรับพิธีการนี้จัดขึ้นมาเพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับประชาชน เป็นเหมือนการสร้างตัวอย่างที่ดีที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจในการทำนาปลูกข้าว  ว่าการที่พระโคกินข้าวจะทำให้ข้าวในนาของประชาชนมีความอุดมสมบูรณ์หรือหากปีไหนกินพวกข้าวโพดก็จะทำให้ชาวไร่จะมีกำลังใจในการทำไร่ ซึ่งการทำไร่ ทำนา ทำสวนถือเป็นอาชีพหลักของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณและในปัจจุบันคนไทยยังส่งออกข้าวไทยไปขายต่างประเทศเป็นอาชีพหลักอีกด้วย

      สำหรับการเลือกวันที่จะวันประกอบพิธีนี้ได้จะต้องมีการเลือกมาแล้วว่าเป็นวันที่ดี โดยจะมีการจัดหาฤกษ์ยาม ซึ่งต้องให้โหราศาสตร์ที่มีความชำนาญและเก่งเรื่องแบบนี้เป็นคนมาดูดวงให้ว่าจะเลือกวันไหน ซึ่งจะต้องตรงกับเดือนหก เท่านั้นเพราะเป็นช่วงเดือนที่ฝนตกมากที่สุดเหมาะแก่การเพาะปลูกอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

Posted by adminone in ประวัติ - ตำนาน

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย

จะบอกถึงความยากลำบากของบรรพบุรุษที่ได้ฝ่าฟัน เหนื่อยยากขนาดไหนที่ปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยไว้ให้ลูกหลานได้อยู่ดีมีสุข จนมาถึงทุกวันนี้และจะปลูกฝังลูกหลานให้รักบ้านเกิดเมื่อได้ยินเสียงเพลงชาติไทย ก็จะทำให้อยากกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน เพราะฉะนั้นทุกๆประเทศจึงมีการแต่งเพลงชาติประจำชาติตัวเอง เมื่ออดีตประเทศไทยใช้ชื่อว่าเมืองสยาม ซึ่งในสมัยที่ชาติสยามนั้นยังปกครองตัวเองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช ได้ใช้เพลงสรรเสริญพระบารมี ถวายกษัตริย์ต่างชาติที่ได้มาเยือนประเทศไทยและในปี2482 ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนชื่อ จาก สยาม มาเป็น ประเทศไทย จึงต้องใช้ทำนองเพลงเก่า ให้เปลี่ยนแต่เนื้อร้อง และกว่าจะได้ยินเพลงชาติแบบในปัจจุบันนี้ ก็ได้มีการเปลี่ยนแก้ไข และปรับปรุงจนถึง 7 ฉบับเข้าด้วยกัน

สิ่งที่ควรรู้กับเพลงชาติ 

เมื่อเราได้ยินเพลงชาติดังขึ้น เราควรหยุดและยืนตรงเพื่อเคารพ และนึกถึงบรรพบุรุษที่ยอมสละเลือดเพื่อปกป้องบ้านเมือง และที่หลายๆคนอาจไม่เคยรู้เลยก็ได้ การที่เราได้มีเพลงชาติได้ร้องกันทุกวันนี้นั้นเพราะเราได้มีเอกราชเป็นของตัวเอง ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของใคร เราจึงได้มีเพลงชาติของตัวเองได้ร้องกันทุกวันนี้ และที่ต้องควรขอบคุณคือคนที่แต่งเพลงชาติ ที่มีเนื้อหาสาระ และยังได้เล่าความเป็นมาของบรรพบุรุษอยู่ในเพลงนี้ด้วย เพลงชาตินั้นแต่งขึ้นนี้ให้พวกเรารู้จักบรรพบุรุษเรานั้นเสียสละ เพื่อชาติ บ้านเมือง ของเราเอาตระหนัก คิดให้มากๆ

เพราะมีคนหลายๆคนที่เป็นไว้ ฉะนั้นเราต้องช่วยกันรักษาความดีงามของประเทศไทยไว้ให้คงอยู่ และรู้จักความเป็นไทยของของชาติเราไว้ให้คงอยู่ ในปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงมากมายในบ้านเมืองของเรา แต่เรากลับมาทำร้ายกันเอง การทำเพลงชาตินี้ขึ้นมาเพื่อเป็นเพลงแทนของผู้เสียสละเพื่อชาติของเรา เป็นบุคคลที่น่ายกย่องและมีเกียรติ

ฉะนั้นเราควรหันมารักและสามัคคีกันมากขึ้น เพื่อบ้านเมืองและประเทศชาติของเราที่น่าอยู่มากขึ้น เพื่อคนไทยทุกคนและเพื่อคนรุ่นหลังจะได้สืบวัฒนธรรมความเป็นไทยของประเทศชาติของเรานั้น ให้คงอยู่กับลูกหลานของคนไทยไปทุกชาติเพื่อเป็นศรีแก่ประเทศชาติของเรา ให้คงอยู่ต่อไปและสืบทอดไปอีกหลายๆรุ่น หันคนรุ่นหลังได้เกิดความภาคภูมิใจในการเสียสละตนเพื่อชาติ เพื่อยกย่องบรรพบุรุษของเราที่มีความกล้าที่จะเสียสละชีวิตตนเองเพื่อชาติและบ้านเมืองของเรา

 

สนับสนุนโดย  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

Posted by adminone in ประวัติ - ตำนาน

ราชินีสุดโหดเหี้ยม แห่งล้านช้าง

ประวัติพระนางแก้วพิมพา ราชินีสุดโหดเหี้ยม แห่งล้านช้าง

พระนางแก้วพิมพา ราชินีสุดโหดเหี้ยม แห่งล้านช้าง หากจะกล่าวถึงราชินีสุดโหดในประวัติศาสตร์เชื่อแน่ว่าหลายๆคนนั้นคงจะนึกถึงซูสีไทเฮาและราชินีสุพะยารัตนของประเทศพม่าที่เขานั้นสังหานคนเป็นว่าเล่นและซึ่งมีอีกพระองค์หนึ่งที่ไม่ค่อยไม่เป็นที่รู้จักแต่ความโหดนั้นไม่แพ้ใครเลยทีเดียวคือ พระนางแก้วพิมพาซึ่งเป็นพระราชธิดาของเจ้าพญาสามแสนไทพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชอาณาจักรของล้านช้างอีกทั้งยังเป็นน้องของเจ้าพญาล้านคำแดงของกษัตริย์องค์ที่สองอีกด้วยโดยพระนางแก้งพิมพานั้นก็ได้สร้างอิทธิพลเอาไว้ในหมู่เสนาอํามาตย์ตั้งแต่เจ้าพญาล้านคำแดงยังทรงพระชนอยู่จากนั้น

เมื่อได้สิ้นบุญูพญาล้านคำแดงแล้วนั้นเจ้าพระนางแก้วพิมพาจึงได้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ในตามการสืบราชสมบัติแต่เนื่องด้วยกฏมณเฑียรบาลของโอรสพญาล้านคำแดงต้องขึ้นครองราชต่อทว่าหากซึ่งแล้วกษัตริย์องค์ไหนทำอะไรไม่ถูกใจพระนางก็จะสั่งให้ฆ่าโดยกษัตริย์ล้านช้างที่ตกเป็นเหยื่อของพระนางแก้วพิมพามีอยู่ด้วยกันถึง7พระองค์คือ พระญาพรหมทัตครองราชได้เพียง10เดือนถูกพระนางแก้วพิมพาให้เอาไปประหารที่สบคาน พระญาปากห้วยหลวงครองราชได้5เดือนก็ถูกปลดและอยู่ได้หนึ่งปีก็สวรรคต พระญาหมื่นครองราชได้เพียง6เดือน

เมื่อทรงทราบว่าพระนางแก้วพิมพาคิดจะทำร้ายจึงชิงผูกคอตายเสียก่อน พระญาไข่ครองราชเพียง3ปีก็ได้ถูกพระนางแก้งพิมพาให้นำเอาไปประหารที่ประสบคาน พระญาเชียงสาทรงครองราชได้เพียง1ปี6เดือนเท่านั้นจากนั้นก้ได้ถูกเจ้าพระนางแก้วพิมพานั้นสั่งให้นำเอาเจ้าพระญาเชียงสานั้นไปประหารที่โคกเหงื่อจากนั้นพระโอรสองค์ที่สามของเจ้าพระญาล้านคำแดงซึ่งได้ครองราชแค่เพียง8เดือนเพียงเท่านั้นเจ้าพระยาโอรสทรงทราบว่าจะถูกประหารจากนั้นเจ้าพระญาโอรสก็ได้หนีออกไป พระญาคำเกิดซึ่งได้ทรงครองราชได้แค่เพียง9ปี3เดือน

จากนั้นก็ทรงได้เป็นลมเสียชีวิตต่อจากนั้นมาเจ้าพระนางแก้วพิมพาจึงได้ขึ้นครองราชบัลลังก์จากนั้นก็ได้เป็นกษัตริย์องค์ที่11แห่งล้านช้างอย่างสมพระทัยในคณะที่มีพระชนมายุเพียง95พรรษาแต่ทว่าทรงปกครองล้านช้างด้วยพระองค์เองเพียงไม่กี่เดือนในปี1981เพราะในเวลานั้นราชสำนักปั่นป่วนมีความเกียดชังพระนางแก้วพิมพาขุนนางน้อยใหญ่จึงจับพระองค์ฆ่าทิ้งเสียจากนั้น

ก็ทิ้งศพให้แร้งกินจากนั้นยกเท้าลือชัยขึ้นครองราชทรงพระนามว่าพระเจ้าไชยจักรพรรดิแผ่นแผ้วนั่นหมายความว่าในช่วงเวลา10ปีล้านช้างต้องเปลี่ยนแผ่นดินถึง7ครั้งและผู้ที่อยู่เบื้ยงหลังการปกครองล้านช้างในยุคนั้นก็คือ พระนางแก้วพิมพาโดยที่กษัตริย์นั้นเป็นเพียงหุ่นเชิดเหมือนกับในหนังซูสีไทเฮาไม่มีผิด

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนของเราโดย  สมัคร gclub slot ไม่มีขั้นต่ำ

Posted by adminone in ประวัติ - ตำนาน